วันพฤหัสบดีที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555

แหล่งสารสนเทศที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์

1.แหล่งสารสนเทศที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เป็นบุคคล

http: //www.kalasin.go.th./th /index.php
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร(ท้าวโสมพะมิตร)

ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์ โทรเลขจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริง
ยืนบนแท่น มือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาษอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์
เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์

http: //www.livekalasin.
ศิลปินแห่งชาติ สาขาการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน)
นายเปลี้อง  ฉายรัศมี

        เป็นนักดนตรีพื้นบ้านอีสานที่มีความสามารถพิเศษสามารถเล่นและถ่ายทอดการเล่นดนตรีพื้นบ้านอีสานได้เกือบทุกชนิดทั้ง พิน แคน ซอ โปงลางและอื่นๆ โดยเฉพาะ “โปงลาง” นั้น สามารถเล่นและถ่ายทอดการเล่นได้เป็นพิเศษและที่สำคัญที่สุด คือ เป็นผู้ศึกษาค้นคว้า ปรับปรุงและพัฒนาโปงลางมาตลอดระยะเวลา 40 ปี จนทำให้ เกราะลอ ซึ่งเป็นเพียงสิ่งที่ใช้ ตีไล่นก กา ตามไร่ ตามนา พัฒนามาเป็นโปงลาง ที่มีสภาพเป็นเครื่องดนตรีที่มีเสียงไพเราะ กังวาน และให้ความรู้สึกของความเป็นพื้นบ้านอีสานอย่างแท้จริงเป็นที่นิยมกันแพร่หลายและยอมรับว่า โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีเอกลักษณ์ของภาคอีสานเคียงคู่กับ แคน ซึ่งมีอยู่ก่อนแล้ว จึงสมควรยกย่องและเชิดชู นายเปลี้อง  ฉายรัศมี  ไว้ในฐานะเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน)   อย่างแท้จริง
                ในด้านผลงานนั้นนายเปลี้อง  ฉายรัศมี เป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษทางด้านดนตรีพื้นบ้านอีสานโดยเฉพาะโปงลางนั้น มีความสามารถเล่นได้ดีเป็นพิเศษ ทั้งนี้เพราะเป็นผู้ที่วิวัฒนาการดนตรีชนิดนี้ขึ้นมาเป็นผู้ใฝ่รู้และรักในการดนตรี มีผลงานเป็นของตนเอง โดยการคิดค้นขึ้นมาจากประสบการณ์ คือ ประดิษฐ์ และพัฒนาเครื่องดนตรี เกราะลอ จาก 6  ลูกเป็น  9  ลูกและ 13 ลูก ตามลำดับและเปลี่ยนชื่อจากเกราะลอมาเป็นโปงลาง เป็นผู้กำกับการบรรเลงวงดนตรีพื้นบ้านอีสานของวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ และเป็นวิทยากรพิเศษ ให้ความรู้ต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นผู้พัฒนาวงดนตรีพื้นบ้านวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ ตั้งแต่ปี 2530 มาจนถึงปัจจุบัน เป็นผู้สอนและสร้างนักดนตรีที่มีความรู้ ความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของบุคคลทั่วไป จนได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมบรรเลงวงดนตรีโปงลาง กับสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เนื่องในงานแสดงศิลปวัฒนธรรม 4 ภาค ปี 2533  ณ วิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ ได้รับความไว้วางใจเป็นตัวแทนแสดงเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศในหลายประเทศได้อนุรักษ์พัฒนา  เผยแพร่ และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอันเป็นมรดกของชาติ จนได้รับเกียรติยกย่องจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ให้นายเปลี้อง  ฉายรัศมี เป็นศิลปินแห่งชาติประจำ
ปี 2529 สาสขาศิลปะการแสดง ดนตรีพื้นบ้าน โปงลาง สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวกาฬสินธุ์ และบุคคลทั่วไปมาตราบเท่าทุกวันนี้


 2.แหล่งสารสนเทศของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เป็นสถานที่


http: //www.th.wikipedia.org
ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

ศาลากลางจังหวัด (อาคารเดิม) จัดตั้งเป็นสาธิตหัตถกรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบด้วยห้องจัดแสดง
นิทรรศนาการต่างๆ เช่นห้องประวัติของจังหวัดกาฬสินธุ์

หน้าที่ความรับผิดชอบ
                                                1.งานบริหารงานทั่วไป
                                                2.กลุ่มงานมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
                                                3.กลุ่มงานพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น
                                                4.กลุ่มงานกฎหมายระเบียบและเรื่องร้องทุกข์
                                                5.กลุ่มงานการเงินบัญชีและการตรวจสอบ




http: //www.kalasin.go.th./th /index.php
โรงพยาบาลจังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติโรงพยาบาล
             ในปี พุทธศักราช 2474 โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้ถือกำเนิดเป็นสุขศาลาในเนื้อที่ 19 ไร่ โดยความร่วมมือบริจาคจากข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง กมลาไสย ยางตลาด สหัสขันธ์ และอำเภอกุฉินารายณ์    ต่อมา พุทธศักราช 2493 กรมการแพทย์ได้รับโอนกิจการสุขศาลาเทศบาลมาดำเนินการ และ ยกฐานะสุขศาลาเป็นโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มีนายแพทย์เปรื่อง อนุชวาณิช ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลกาฬสินธุ์
คนแรก
                โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ได้มีการพัฒนามาเป็นลำดับ ภายใต้การนำของผู้อำนวยการหลายสมัย พุทธศักราช 2534 โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มีการขยายเตียงเป็น 360 เตียง พุทธศักราช 2541 ขยายเพิ่มเป็น 505 เตียง กระทั่งในปี 2551 ได้รับอาคารผู้ป่วย 120 เตียง 1 หลัง และมีแผนจะขยายเป็น 600 เตียงเพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม ปัจจุบัน โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ 32 ไร่ 1 งาน
                วิสัยทัศน์ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เป็นโรงพยาบาลทั่วไป คุณภาพชั้นนำ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีหน้าที่จัดบริการด้านสาธารณสุขที่ได้คุณภาพ ครบองค์รวม ทั้ง 4 มิติ อย่างต่อเนื่อง โดยใช้หลักวิชาการที่ได้มาตรฐาน ส่งเสริมความร่วมมือกับเครือข่ายบริการสุขภาพและภาคีเครือข่าย ในการจัดระบบบริการ ที่ได้คุณภาพ ปลอดภัย สร้างความประทับใจ ความเชื่อมั่นต่อผู้มารับบริการ และ ประชาชนทั่วไป บุคลากรปฏิบัติงานอย่างมีความสุข มีการบริหารงาน ด้วยหลักธรรมาภิบาล ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม ยึดหลักการทำงานเป็นทีม เป็นสถาบันผลิตแพทย์ รวมทั้ง ร่วมผลิตบุคลากรทางสาธารณสุขตามมาตรฐานวิชาชีพ มี PCU เครือข่าย 12 แห่ง และทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งภาครัฐและเอกชน
                  จากความมุ่งมั่น ร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่ทุกคน ในการสร้างสรรค์ คุณภาพบริการเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มารับบริการเป็นสำคัญ โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จึงได้มีการพัฒนาคุณภาพบริการอย่างต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่ ปี 2535 ได้นำ QA มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพบริการ การดูแลผู้ป่วย และดำเนิน กิจกรรม 5 ส. ควบคู่ไปกับ Healthy Work place ซึ่งถือเป็นกิจกรรมพื้นฐานของการพัฒนาคุณภาพ ในปี 2539 เริ่ม จัดอบรมการพัฒนาองค์กร ( Organization Development) เพื่อสร้างฐานพลังให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับมีความรัก ความผูกพันองค์กรและ มุ่งมั่นสร้างสรรค์งานที่มีคุณภาพ และ ได้อบรมแนวคิด TQM แก่เจ้าหน้าที่ทุกระดับ เพื่อพัฒนาผลงานคุณภาพในทุกสาขาวิชาชีพ ในด้านพฤติกรรมบริการได้มีการอบรมบุคลากร100% อย่างต่อเนื่องทุกปี รวมทั้งการบรรจุ ESB เป็นหลักสูตรหนึ่งที่สำคัญในการปฐมนิเทศเจ้าหน้าที่ใหม่ ทุกปี ด้วยมีแนวคิดว่าทุกคนคือคนคุณภาพ
                    ปี 2541 เริ่มนำแนวคิดการพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ตามมาตรฐาน HA และมาตรฐานโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ มาดำเนินการ มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้าง ร่วมกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ และแผนยุทธศาสตร์ขององค์กร สื่อสารแนวคิดการพัฒนาคุณภาพองค์กร ลงสู่ เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ดำเนินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และ ได้นำเอามาตรฐาน ISO 9002 มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและจัดการระบบเอกสาร ทำให้มีคู่มือคุณภาพและระเบียบปฏิบัติที่ครอบคลุมจากก้าวของการพัฒนาในแต่ละ ก้าว ส่งผลให้โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รับ รางวัลแห่งความสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
                   ปี 2543 ประเมินผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9002 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2543และ ได้รับ รางวัล สถานที่ทำงานน่าอยู่ น่าทำงาน ในระดับทอง ของกรมอนามัย ได้รับรางวัลการดำเนินงานสุขภาพจิตดีเด่นระดับประเทศ 2 ปีซ้อน คือ ปี 2543 และ ปี 2544
                  ปี 2545 ได้รับรางวัลเกียรติยศโรงพยาบาลที่มีการดำเนินงานสุขภาพจิตดีเด่นระดับ ประเทศอย่างต่อเนื่อง จากสมเด็จพระพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา รับรางวัลโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพที่มีการพัฒนาระบบบริการเครือข่ายดีเด่น จากกระทรวงสาธารณสุข
                  ปี 2546 ได้รับรางวัลดีเด่นการรักษาวัณโรค ด้วยระบบยาระยะสั้นแบบมีพี่เลี้ยงจากกระทรวงสาธรณสุข และ มีผลการดำเนินการที่อยู่ในระดับยอดเยี่ยมมาโดยตลอดกระทั่งปัจจุบัน ในปีเดียวกัน ผ่านการประเมินคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานโรงครัว และต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
                  ปี 2547 ผ่านการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลตามมาตรฐาน HA จากสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
                  ปี 2548 ผ่านการรับรองเป็นโรงพยาบาลสร้างเสริมสุขภาพ
                  ปี 2550 เป็นโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ดีเด่นระดับประเทศของกระทรวงสาธารณสุข ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ การพัฒนาคุณภาพบริการพยาบาลของเครือข่ายระดับเขต   ผ่านการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานงานสุขศึกษา ในระดับดีเด่น   ได้รับรางวัล Good Practice สิ่งประดิษฐ์ด้านความปลอดภัย อุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยในการนำซีรั่มออกจากหลอดแก้ว ในงานสัปดาห์ความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ครั้งที่ 11 ของกระทรวงแรงงาน โดยงานอาชีวเวชกรรมและมีการขยายผลเผยแพร่ให้ใช้ทั่วไป
                  ปี 2551 ผ่านการประเมินโครงการสายใยรัก ในระดับทอง และมีบุคลากรทางการแพทย์สาขาสูตินรีเวชกรรมดีเด่น รับประทานรางวัลจากพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ผ่านการรับรองมาตรฐานการพยาบาล จากสภาการพยาบาล   ผ่านการรับรองมาตรฐานงานพยาธิวิทยาคลินิก
                  จวบจนกระทั่งปัจจุบันในปี 2552 มีผลงานชนะเลิศในระดับจังหวัด ระดับเขต และระดับประเทศ หลายรางวัลที่ทำให้ชาวโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ภาคภูมิใจ ได้แก่ในมหกรรมคุณภาพระดับจังหวัด ได้รับรางวัลชนะเลิศการนำเสนอผลงานวิจัยเรื่องผลของการใช้โปรแกรมการกระตุ้น พัฒนาการเด็กออทิสติก แบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน โดยคลินิกกระตุ้นพัฒนาการ กลุ่มภารกิจทางการพยาบาล รางวัลชนะเลิศผลการพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหา สุขภาพแม่และเด็กในพื้นที่ โดย งานANC กลุ่มงานผู้ป่วยนอก รางวัลชนะเลิศการนำเสนอผลงานพัฒนาคุณภาพ เรื่องการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยบาดเจ็บไขสันหลัง โดย หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้อชาย ผลงาน พัฒนา ที่ประสบผลสำเร็จ อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนมายาวนานได้แก่ การพัฒนาระบบบริการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับเขต บุคลากรของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รับรางวัลบุคลากรสาธารณสุขดีเด่นระดับประเทศในการดูแลผู้ป่วยวัณโรค และ การดำเนินงานด้านการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ส่งผลให้โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เป็นโรงพยาบาลที่มีการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ดีเด่นอย่างต่อเนื่องในระดับเขตและระดับประเทศของกระทรวงสาธารณสุข และ มีบุคลากรของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ได้รับรางวัลดีเด่นในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ระดับเขต
จากความสำเร็จในทุกก้าวของการพัฒนา ได้ขยายผลและบูรณาการ งานสร้างเสริมสุขภาพ และ คุณภาพบริการรักษาพยาบาล ไปสู่ทุกหน่วยงานและเครือข่าย อย่างเป็นระบบ นั่นหมายถึง ความภาคภูมิใจของเรา ชาวโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพบริการ เพื่อส่งผลถึง ประชาชนชาวกาฬสินธุ์ และทำให้โรงพยาบาลกาฬสินธุ์เป็นที่รู้จักของชาวสาธารณสุขโดยทั่วไปการดำเนิน งานยังต้องพัฒนาอย่างไม่ หยุดยั้ง ระบบคุณภาพต้องได้รับการธำรงรักษาไว้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เรา ชาวโรงพยาบาลกาฬสินธุ์มีความมุ่งมั่น ที่จะสานต่อปณิธานที่วางไว้ร่วมกันอย่างแน่วแน่ด้วยพลังใจที่แข็งแกร่ง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวกาฬสินธุ์ตลอดไป 

3.แหล่งสารสนเทศของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เป็นสถาบัน


http: //www.th.wikipedia.org/wiki
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  วิทยาเขตกาฬสินธุ์

ประวัติ
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เป็นวิทยาเขตในสังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เริ่มเปิดทำการสอนเมื่อปี พ.ศ. 2482 ตั้งอยู่ที่ 62/1 ถ.เกษตรสมบูรณ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์     วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เริ่มก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2482 โดยใช้ชื่อว่า "โรงเรียนเกษตรกรรมกาฬสินธุ์" เปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น แผนกเกษตรกรรม ต่อมาในปี พ.ศ. 2508 ได้จัดตั้งเป็น "วิทยาลัยเกษตรกรรมกาฬสินธุ์" สังกัดกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นในปี พ.ศ. 2519 จึงได้โอนมาสังกัดวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษา[1] และเปลี่ยนชื่อเป็น "วิทยาเขตเกษตรกรรมกาฬสินธุ์"   ในปี พ.ศ. 2531 วิทยาลัยฯ ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล และวิทยาเขตเกษตรกรรมกาฬสินธุ์ จึงเปลี่ยนชื่อเป็น "สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์" และได้รับการยกฐานะอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548 เป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์คณะที่มีสำนักงานที่ตั้งอยู่ในวิทยาเขตกาฬสินธุ์ มีจำนวน 2 คณะ ได้แก่ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร และคณะเทคโนโลยีสังคม


http: //reg.ksu.ac.th
มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

คำขัวญ  ภาคภูมิถิ่นอีสาน แหล่งวิชาการชุมชน สร้างคนดีมีคุณธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ (อังกฤษ: Kalasin Rajabhat University) เป็นมหาวิทยาลัยในกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตั้งอยู่ที่เลขที่ 13 หมู่ 14  ตำบลสงเปลือย อำเภอนามน จังหวัดกาฬสินธุ์ จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2540
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุติในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2540 ให้จัดตั้งสถาบันราชภัฏในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มขึ้นจำนวน 5 แห่ง อันได้แก่
·         สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์
ในระยะแรกนั้น ได้ดำเนินการในรูปแบบ "โครงการจัดตั้งสถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์" ซึ่งสามารถเปิดรับนักศึกษาระดับอนุปริญญาได้เป็นครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2542 และปริญญาตรี ในปีการศึกษา 2544ต่อมา เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง "สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์" รวมทั้ง สถาบันราชภัฏอีก 4 แห่งข้างต้น และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 มีผลให้สถาบันราชภัฏกาฬสินธุ์เปลี่ยนสภาพเป็น "มหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์" ดังเช่นปัจจุบันผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์ จะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์เป็นประจำทุกปี ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร[1]
 ระดับปริญญาตรีหลักสูตรต่อเนื่อง 2 ปี
  • สาขาการประถมศึกษา
  • สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา
  • สาขาการศึกษาปฐมวัย
  • สาขาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม
  • สาขาเทคโนโลยีก่อสร้าง
  • สาขาการจัดการทั่วไป
  • สาขาการตลาด
  • สาขาการบัญชี
  • สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
หลักสูตรปกติ 4 ปี

ระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต

·         สาขาการบริหารการศึกษา
·         สาขาวิชาชีพครู

ระดับปริญญาโท

·         รัฐประศาสนศาสตร์
·         การบริหารการศึกษา


4.แหล่งสารสนเทศของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่เป็นเหตุการณ์

                                                    http://www.livekalasin.com/index.php

ผ้าแพรวาบ้านโพน  อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

ประวัติ          ผ้าแพรวา เป็นชื่อเฉพาะที่เรียกผ้าชนิดหนึ่ง ที่ใช้สำหรับคลุมไหล่หรือห่มสไบเฉียงของชาวผู้ไทย ซึ่งใช้ในงานเทศกาล บุญประเพณีหรืองานสำคัญอื่นๆ เป็นผ้าที่ทอด้วยมือ แพร หมายถึง ผ้า วา หมายถึงความยาวของผ้า 1 วา คำว่า แพรวา จึงมีความหมายว่า ผ้าที่มีความยาวประมาณ 1 วา
          ชาวผู้ไทย เป็นกลุ่มชนที่อพยพมาจากประเทศจีนตอนใต้ ข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาตั้งหลักแหล่งอยู่แถบเทือกเขาภูพาน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเป็นส่วนใหญ่ โดยยังรักษาวัฒนธรรมประเพณี ความเชื่อ การแต่งกาย และการทอผ้าไหม ผู้หญิงจะถูกฝึกทอผ้าแพรวาตั้งแต่อายุ 9 - 15 ปี ชาวผู้ไทยที่ทอผ้าแพรวาส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่มีภูมิปัญญาในการทอผ้าไหมด้วยการเก็บลาย หรือเก็บขิดแบบจกที่มีลวดลายโดดเด่นที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ประกอบการเลือกใช้เส้นไหมน้อย หรือไหมยอดที่มีความเลื่อมมัน ผ้าไหมแพรวาถือว่าเป็นของล้ำค่าและมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชาวผู้ไทยจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างแท้จริง ดังคำขวัญจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ว่า

เมืองฟ้าแดดสงยาง โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา
ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี
          เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2520 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยี่ยมพสกนิกรในอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้ทอดพระเนตรเห็นชาวผู้ไทยแต่งชุดพื้นเมือง ห่มสไบเฉียงแพรวาสีแดง ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลได้ทรงพระราชทานเส้นไหมให้แก่ชาวบ้านโพนเพื่อทอผ้าแพรวาถวาย และโปรดรับงานทอผ้าแพรวาของชาวผู้ไทย อำเภอคำม่วงเข้าไว้ในโครงการศิลปาชีพในพระบรมราชินูปถัมภ์และทรงโปรดให้มีการพัฒนาการทอผ้าไหมแพรวา จนทำให้ผ้าแพรวาเป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไป
ผ้าแพรวา เป็นชื่อเฉพาะที่ชาวอีสานทั่วไปเรียกผ้าชนิดหนึ่งที่ใช้สำหรับคลุมไหล่หรือห่มสไบเฉียงของชาวผู้ไทย ซึ่งใช้ในโอกาสที่มีงานเทศกาล บุญประเพณีหรืองานสำคัญอื่นๆ
ผ้าแพรวา มีความหมายตามรูปศัพท์ ซึ่งเป็นคำผสมระหว่างคำมูล 3 คำ คือ
ผ้า หมายถึง วัสดุอย่างหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผืน ได้จากการเอาเส้นใยของ ฝ้าย ไหม ป่าน ปอ ฯลฯ ซึ่งผ่านกรรมวิธีหลายอย่างเป็นต้นว่า การปั่นเส้นใยทำเป็นเส้นด้าย ย้อมสี ฟอกสี การฟั่นเกลียว การเคลือบผิว ฯลฯ แล้วนำเข้ามาทอเข้าด้วยกันให้เป็นผืนมีขนาดความกว้าง ความยาวแตกต่างกันไปตามความต้องการใช้สอยประโยชน์ เมื่อทอเสร็จเป็นผืนแล้ว จะเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปตามชื่อวัสดุที่นำมาใช้ถักทอ เช่น ถ้าทอจากใยฝ้าย เรียกว่า ผ้าฝ้าย หรือถ้าทอจาก เส้นใยไหม เรียกว่า ผ้าไหม
แพร หรือ แพ(ภาษาอีสาน) หมายถึง ผ้าที่ยังไม่ได้แปรรูปให้เป็นเสื้อ หรือซ่ง (โส่งหรือกางเกง) คือยังมีลักษณะเป็นผืนผ้าที่เสร็จจากการทอมักเรียกชื่อแตกต่างกันออกไปตามลักษณะวัสดุที่ใช้ เช่น แพรไหม แพรฝ้าย แพรอีโป้ เป็นต้น
วา หมายถึง มาตราวัดความยาวอย่างหนึ่ง ได้จากการกางแขนทั้งสองแขนออกไปจนสุดแล้วทาบกับสิ่งที่ต้องการวัดขนาดความยาว ด้วยการทาบลงไปให้แขนตรงเป็นเส้นขนาน ทำอย่างนี้แต่ละครั้งเรียกว่า 1 วา (ต่อมาปรับปรุงมาตราวัดนี้ใหม่ว่า 1 วา มีขนาดเท่ากับ 4 ศอก)
ดังนั้นคำว่า ผ้าแพรวา จึงมีความหมายรวมกันว่า ผ้าทอเป็นผืนที่มีขนาดความยาว 1 วา หรือ 1 ช่วงแขน
ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ หมายถึง ผ้าไหมที่ทอประดิษฐ์ลวดลายด้วยการขิด และการจก ใช้เส้นไหมตีเกลียวเป็นทั้งเส้นยืนและเส้นพุ่ง รวมทั้งมีเส้นไหมเพิ่มพิเศษในการทำให้เกิดลวดลายตามกรรมวิธีที่ปราณีตของชาวผู้ไทย ที่เป็นมรดกทางหัตถกรรมที่ถ่ายทอดสืบกันต่อมา



http: //www.dmc.tv
ตักบาตรพระสงฆ์
ตักบาตรพระสงฆ์ที่ กาฬสินธุ์ พระ 2555   รูป  ณ  ถนนภิรมย์ บริเวณหลังจวนผู้ว่าราชการจังหวัด
ขอเรียนเชิญผู้มีบุญ ทุก ๆ ท่านร่วมสั่งสมบุญครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า